www.boworn-herb.com


HOME


สินค้าสุขภาพบวรเวช


สั่งซื้อสินค้าบวรเวช


FQA (ถามหมอบวร)


ตัวตนบวรเวช

 
   - A   + A
โรงงาน หสม.หมอแผนไทยพัทลุง
เครื่องจักรทันสมัย
บรรยากาศภายในโรงงาน
โรงเรียนแพทย์แผนไทยหมอบวร











Your basket 0 piece(s) : Total price 0.00 Baht
คำถามที่ถามบ่อย
 
1.

ถ้ากินยาแคปซูลขมิ้นจันทน์มากๆอันตรายหรือเปล่าคะ?

2. หลังทานยาขมิ้นจันทน์ทำไม ยังมีอาการแน่นหน้าอก แต่โดยรวมดีขึ้นกว่าไม่ได้กินครับ
3.

 มีอาการบ้านหมุนมียารักษาหรือเปล่าค่ะ?

4. ปวดท้องระหว่างมีรอบเดือนมาก บางครั้งปวดมากจนเป็นลม
5. เป็นโรคภูมิแพ้ ตื่นเช้าจะจามติดๆกันหลายครั้ง มีน้ำมูกไหล
ถ้าวันไหนฝนตก
อากาศชื้นจะปวดหัวทั้งวัน มียาสมุนไพรรักษาอาการภูมิแพ้นี้หรือไม่ครับ?
6.

ปวดส้นเท้ามาก ไม่ทราบสาเหตุ ไปพบแพทย์แผนปัจจุบันกินยาแก้อักเสบก็ไม่ดีขึ้น?
ส่วนมากที่มาปรึกษามักเป็นนักกีฬ่าวิ่งมาราธอน และคนทำงานสำนักงานที่นั่งนานๆ

7. มะเร็งรักษาด้วยสมุนไพรอะไรได้บ้าง?
8. ปวดข้อเพราะเป็นเก๊ามียาสมุนไพรรักษาหรือไม่ครับ?
9.

เป็นโรคสุกใสหรืออีสุกอีใสมียาสมุนไพรรักษาหรือไม่ครับ? โทรศัพท์ทางไกลมาปรึกษา

10. ขาลาย เป็นผดผื่นคัน เป็นตุ่ม แพ้ยุง เป็นแผลเป็น มีทางรักษาได้หรือไม่?
11. เบาหวาน

12. ยาฟอกโลหิต
13. ปัญหาเกิดจากโลหิตประเดือนของสตรี
14. Question

ความรู้เกี่ยวกับโลหิตระดูในมุมมองหมอตะวันออก

15. Questionริดสีดวงทวาร
16. ปวดเมื่อย นิ้วล็อค ทำอย่างไร
17. ปวดหัวเข่า เยี่ยวยาได้ด้วยสมุนไพรไม่ต้องผ่าตัด
 

1.

ถ้ากินยาแคปซูลขมิ้นจันทน์มากๆอันตรายหรือเปล่าคะ?

 

 

  • ไม่อันตรายครับ ตัวยาสมุนไพร 90%เป็นอาหารที่รับประทานในชีวิตประจำวันครับ
  • ปริมาณการกินน้อยมาก วันละ 9 แคปซูลๆละ 500 มก. นน./วัน เท่ากับ 4.5 กรัมน้อยกว่ากินน้ำตาล ไขมัน มากครับ
หมอบวร
Goto topGo to top
2. หลังทานยาขมิ้นจันทน์ทำไม ยังมีอาการแน่นหน้าอก แต่โดยรวมดีขึ้นกว่าไม่ได้กินครับ
 
  • คุณท้องผูกหรือเปล่าครับ อาการอย่างนี้แสดงว่ามีท้องผูก

  • ถ้าหายท้องผูกก็จะไม่แน่นหน้าอกแล้วครับ

 
หมอบวร
Goto topGo to top
3.

 มีอาการบ้านหมุนมียารักษาหรือเปล่าค่ะ?

 
  • บ้านหมุนเพราะเกิดจากการอดหลับอดนอนต่อเนื่อง
  • กินยากล่อมประสาท หรือ กินยาลดน้ำมูก (มีผลข้างเคียงทำให้ง่วงนอน)
วิธีแก้ไข
  • งดชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง
  • งดยาประเภทกล่อมประสาท
  • นอนให้หลับ ถ้าไม่หลับ ให้กินน้ำผึ้งหรือน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะก่อนนอน
  • หรือแช่น้ำร้อน /อบไอน้ำ
  • หรือ ดื่มชาคาโมมาย /กินแกงขี้เหล็ก
  • ฝึกสมาธิ รู้จักปล่อยวาง ทำตัวให้ว่างบ้าง
  • กินยาสมุนไพร
หมอบวร
Goto topGo to top
4. ปวดท้องระหว่างมีรอบเดือนมาก บางครั้งปวดมากจนเป็นลม
  ปวดเพราะไม่โล่ง (ลมติดขัด) ถ้าโล่งไม่ปวด
การปวดท้องเพราะมีรอบเดือน แบ่งออกได้ 2 ช่วง คือ
  1. ก่อนระดูจะมา เมื่อมาแล้วหายปกติ อย่างนี้เีรียกว่า "ปกติโทษ" ไม่ต้องรับประทานยา อย่ากินอาหาร/เครื่องดื่มธาตุเย็น เพราะจะทำให้ระดูหยุดเดิน จะทำให้ปวดท้อง
  2. ปวดท้องระหว่างโลหิตระดูเดิน ต้องดูสี กลิ่น ความข้นของรอบเดือน ว่ามีลักษณะอย่างไร เรียกว่า "ทุจริตโทษ" ต้องรับประทานยา
การรับประทานยาเกี่ยวกับโรคโลหิตระดูพิการ (ทุจริตโทษ) นั้น คือ กินยา 3 ขนาน
  1. ยาขับประจำเดือนเพื่อขับโลหิตเสียออกไปให้หมด
  2. ยาปลุกไฟธาตุเพื่อให้โลหิตระดูเดิน
  3. ยาบำรุงโลหิตเพื่อให้มีโลหิตระดูขับออกมา
ข้อคิด  
  • กรอบแนวคิดแพทย์แผนปัจจุบัน ให้กินยาคุมกำเนิดเพื่อปรับฮอร์โมนระงับปวดซึ่งได้ผลแต่ระยะยาวมีอาการข้างเคียงตามมามากมาย
  • แนวคิดหมอฝรั่งกับหมอไทยต่างกันโดยสิ้นเชิง
  • กรอบแนวคิดการแพทย์แผนไทย มองว่ายาคุมกำเนิดไปทำลายไฟธาตุให้พิการผิดธรรมชาติ จะทำให้เป็นฝีกาฬเจ็ดจำพวก (เช่น ซิส เนื้องอก ผนังมดลูกหนา มะเร็ง ฯ)
  • หมอแผนไทยจึงไม่เห็นด้วยกับการกินยาคุมกำเนิดเพื่อระงับอาการปวดรอบเดือน
  • ข้อสังเกตุหลังรับประทานยาคุมกำเนิดในกรณีระงับอาการปวดท้องเพราะมีรอบเดือน
    • จะมีอาการผิวเนื้อเปื่อยเป็นแผลง่าย เป็นแผลที่รักษาไม่หายลุกลาม
    • เป็นลมง่าย ฯ
    • อาการแปลกๆเหล่านี้ เป็นแล้วรักษาไม่หายไม่ทราบสาเหตุ
    • หมายเหตุ จะเกิดผลข้างเคียงข้างต้นในกรณีที่รับประทานยาคุมกำเนิดเพื่อระงับปวดนานมากกว่า 6 เดือน

คำแนะนำ
  • กินอาหารเป็นยา ให้ดื่มน้ำตะไคร้ต้มใส่เกลือเล็กน้อย (นำตะไคร้ 5 ต้นทำความสะอาดให้ดีทุบแล้วต้มน้ำเติมเกลือเล็กน้อย)
  • หรือ สัปปะรดและใบโหระพาปั่น (จากหนังสือนาฬิกาชีวิต)
  • งดอาหารธาตุเย็น เช่น น้ำมะพร้าว ฝักแฝงแตงกวา (ผักมีไส้) น้ำเย็น ระหว่างมีรอบเดือน
  • งดอาหารแสลงน้ำเหลือง เช่น หนอไม้ ของหมักดอง ร้า ระหว่างมีรอบเดือน
  • กินยาขับโลหิตระดู ขอควรระวังต้องกินให้ต่อเนื่องจนสามารถขับโลหิตเน่าออกจนสิ้น อย่าหยุดยากลางคันเด็ดขาด

หมอบวร




Goto topGo to top
5. เป็นโรคภูมิแพ้ ตื่นเช้าจะจามติดๆกันหลายครั้ง มีน้ำมูกไหล
ถ้าวันไหนฝนตก
อากาศชื้นจะปวดหัวทั้งวัน มียาสมุนไพรรักษาอาการภูมิแพ้นี้หรือไม่ครับ?
  โรคภูมิแพ้หรืออาจารย์สาทิต (ชีวจิต) เรียกว่า โรคภูมิเพี้ยน
แพทย์แผนไทยไม่เีรียกว่า โรคภูมิแพ้ แต่เรียกว่า "ธาตุเจ้าเรือนพิการ "

สาเหตุของโรค ถ้าทางการแพทย์แผนตะวันตก มีกรอบแนวคิดกว้างครอบจัุกรวาล คือ สิ่งเร้ารอบกายล้วนเป็นต้นเหตุทั้งสิ้น
ผมเคยถามเพื่อนพยาบาลโรงพยาบาลหาดใหญ่ ว่าเครื่องมือการตรวจภูมิแพ้ทำงานอย่างไร?
คุณพยาบาลบอกว่า ตรวจสารแปลกปลอมในเลือด เช่น ผลึก ฯ นั้นคือ คำอธิบายครับ


การแพทย์แผนไทย มีกรอบแนวคิดสาเหตุของโรคภูมิแพ้ 2 ประการใหญ่ๆ คือ
  1. ธาตุ อายุ ฤดูกาล และพลังชีวิตที่หมุนเวียนไปตามอวัยวะต่างๆของร่างกายในแต่ละช่วงเวลา (นาฬิการชีวิต)
  2. พฤติกรรมการดำเนินชีวิต
  • อาหาร
  • การพักผ่อน
  • และการขับสารพิษออกจากร่างกาย (ออกกำลังกาย /ปัสสาวะ /อุจจาระ /โลหิตระดู /อาเจียน)


แพทย์ทางเลือกกฎหมายบัญญัติห้ามใช้คำว่ารักษา แต่ให้ใช้คำว่า บำบัดแทน
อีกคำถามที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะถามว่ารักษาหรือบำบัดแล้วโรคจะหายหรือไม่?
อย.ห้ามเขียน คำว่าแก้ในฉลากยา เช่น แก้ริดสีดวงทวารไม่ได้ แต้ให้ใช้คำว่าบรรเทาอาการริดสีดวงทวาร


สรุป ผมจึงตอบคนป่วยว่า บำบัดให้บรรเทาได้ แต่จะบอกว่ารักษาให้หายหรือแก้ให้โรคหายไม่ได้


คำถามเรื่องโรคภูมิแพ้มียาสมุนไพรบำบัดให้บรรเทาหรือไม่ ?

คำตอบ คือ มีครับ เป็นยาตำรับเก่าแก่ตั้งแต่สมัยพุทธกาลใช้ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน
ผลหลังจากรับประทานยาสมุนไพร 103 ยาแคปซูลห้ารากบวรเวชตัวนี้ 6 ชั่วโมงอาการคัดจมูกดีขึ้น
ส่วนอาการภูมิแพ้เป็นลมพิษ เป็นผดผื่นคัน ผลหลังการรับประทานยาระยะเวลาเห็นผลไม่แน่นอนเหมือนกับภูมิแพ้คัดจมูก
บางคน 3 วัน บางคนต้องรับประทานนานนับเดือนถึงจะดีขึ้น
ยาขนานนี้โรคเริม งูสวัด สุกใส หัด หรือปวดปลายปมประสาท สามารถบรรเทาเห็นผลเพียง 2-3 วันครับ

เคล็ด คือ ต้องได้ตัวยาของแท้ และใหม่สด

หมอบวร

Goto topGo to top
6.

ปวดส้นเท้ามาก ไม่ทราบสาเหตุ ไปพบแพทย์แผนปัจจุบันกินยาแก้อักเสบก็ไม่ดีขึ้น?
ส่วนมากที่มาปรึกษามักเป็นนักกีฬ่าวิ่งมาราธอน และคนทำงานสำนักงานที่นั่งนานๆ

 

ครับ เป็นคำถามที่มีคนมาปรึกษาบ่อย โดยเฉพาะนักกิฬาวิ่งมาราธอน ปวดบริเวณส้นเท้า
หมอขอวางกรอบแนวคิดยึดแนว อริยสัจ 4

  • อาการของปัญหาคือ ปวดบริเวณส้นเท้า แก้ที่ปลายเหตุ คือ
    • กินยาระงับปวด
    • หรือทายาหม่องกระเลือดกระจายลม หมดฤทธิ์ยาก็อาจกลับมาเป็นซ้ำ
  • สาเหตุของปัญหา มุมมองของแพทย์แผนตะวันตกและหมอแผนตะวันออก ดังนี้...
    • ถ้าแพทย์ปัจจุบันวินิจฉัยว่าอักเสบ ให้กินยาแก้อักเสบก็น่าจะหาย ถ้าไม่หายแสดงว่าไม่ใช่เพราะอักเสบ แต่ส่วนใหญ่จะดึขึ้นแต่ไม่หายขาดเป็นๆหาย เรื้อรัง
    • หมอจีนถือว่าหูหรือฝ่าเท้าสามารถสะท้อนไปยังอวัยวะภายในต่างๆได้ ดังนั้นถ้ากดตำเหน่งต่างๆของฝ่าเท้าก็จะบอกถึงอวัยวะภายในต่างๆที่เป็นสาเหตุให้ปวดส้นเท้าได้ 
      • บริเวณอุ้มเท้าใกล้ส้นเท้าถือว่าเป็นตำเหน่งของอวัยวะสืบพ้นธ์เช่น มดลูกหรือต่อมลูกหมาก ถ้าปวดแสดงว่าสาเหตุมาจากอวัยวะสืบพันธ์
      • ใกล้กันจะเป็นลำไส้ใหญ่ มักจะสัมพันธ์กับอาการท้องผูก
      • เยื้องมาทางตาตุ่มก็จะเป็นกระเพาะปัสสาวะ  สัมพันธ์กับการดื่มน้ำและการขับปัสสาวะ
      • กดตำเหน่งต่างๆดูถ้าปวดก็ให้ไปพิจารณาอวัยวะนั้นๆ เป็นสาเหตุให้ปวดส้นเท้า
    • หมอไทยตรวจ 3 ตำเหน่งเส้นสันฑฆาต เส้นรัตตฆาต และบั่นเอว ถ้ามีอาการปวดพร้อมๆกันแสดงว่าเป็นกษัยกล่อนดิน เป็นเหตุให้ปวดส้นเท้า
    • การเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะก็เป็นสาเหตุการปวดส้นเท้าได้เช่นกัน

  • การแก้ไขที่สาเหตุ
    • กษัยส่วนใหญ่เกิดจากโรคพฤติกรรม ให้แก้ที่พฤติกรรม โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่ม 
    • กินยาสารเคมีจำนวนมากต่อเนื่องก้นนานๆ ให้ขับสารพิษออกจะบรรเทา 
    • พอกสมุนไพรบริเวณที่ปวดดีกว่าการทาน้ำมันหม่องหรือปาล์มต่างๆ เพราะน้ำมันจะทำให้กล้ามเนื้อเหลวเส้นเอ็นเคลือนไปมาให้ปวดได้ หมอพื้นบ้านจะไม่แนะนำให้ใช้น้ำมันนวดเส้นผิดกับหมอหลวง
    • นวดตามแนวเส้นสันฑฆาต รัตตะฆาต เมื่อลมเดินก็จะไม่ปวด

  • การป้องกันไม่ให้เป็นซ้ำซากเรื้อรัง
    • ดื่มน้ำให้มาก คำว่ามากในที่นี้หมายถึง ความถี่ในการดื่มน้ำน้ำช่วยขับสารพิษ น้ำทำให้เลือดไม่ข้น เลือดลมเดินสะดวก ห้ามน้ำเย็นเด็ดขาด
    • นักกีฬาเพิ่มเรื่องการกระแทรกที่เท้า
      • ให้สนใจเรื่องรองเท้าว่าสัมพันธ์กับพื้นถนนที่วิ่งหรือไม่?
      • ส่วนมากจะพบอาการปวดอักเสบเมื่อเปลี่ยนสนามซ้อมหรือสนามแข่งขันเป็นส่วนใหญ่ครับ
      • วิธีป้องกันปัญหาให้เลือกรองเท้าตามสภาพของพื้นที่วิ่ง
  • อันที่จริงไม่ว่าหมอแผนไหนต้องตรวจดูทุกขเวทนา(ตรวจร่างกายหรือตำเหน่งที่ปวด)ครับ
  • ที่หมอบวรให้ความคิดเห็นเป็นภาพใหญ่ภาพกว้างๆครับ
  • ผลการรักษาไม่หายในเร็ววัน คือ นานกว่าสัปดาห์ แต่ท้ายที่สุดจะบรรเทาเบาบางลง
หมอบวร
Goto topGo to top
7. มะเร็งรักษาด้วยสมุนไพรอะไรได้บ้าง?
 
  • รื่องมะเร็งเป็นคำถามยอดฮิต พอๆกันเรื่องปวดท้องเพราะโลหิตระดู
  • เกือบ100% ถามแต่ไม่เชื่อ
  • ที่บอกว่าไม่เชื่อ คือ ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอแผนไทย
  • เพียงขอฟัง ความคิดเห็นเท่านั้น

สรรพสิ่งบนโลกนี้ต้องมีธาตุเป็นของตัวเอง
  • หมอจีนแบ่งธาตุเชิงพลังงานออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
    • ธาตุร้อน (หยาง)
    • กับ ธาตุเย็น (หยิน)
  • หมอพราหมณ์หรือเดิมเรียกว่าหมอแขกจาม แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
    • ธาตุร้อน (ปิตตะหรือไฟ)
    • ธาตุเย็น (วาตะหรือลม)
    • และ คาฟะ (เป็นกลางได้สมดุล)
  • หมอแผนไทย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคล้ายกับของพราหมณ์ู คือ
    • ธาตุร้อน (ปิตตะ)
    • ธาตุเย็น (วาตะ)
    • และเสมหะ (เป็นมูลละหรืของเสียจากการระคนระหว่างธาตุร้อนกับธาตุเย็น)

โรคก็มีธาตุของโรคนั้นๆ เช่น
  • หวัดโดยธรรมชาติธาตุเย็น เมื่อได้รับความเย็นก็จะกำเริบ
  • หรือโรคท้องเสียเป็นโรคธาตุร้อน  ถ้าท้องร้อนจะทำให้ปวดท้อง ท้องเสียท้องเดิน เป็นต้น

มะเร็ง เป็นโรคธาตุร้อน แสดงว่าสิ่งเร้าที่มาจากธาตุร้อนจะทำให้มะเร็งกำเริบ
  • มะม่วงดิบเย็นแต่มะม่วงสุกร้อน
  • ถั่วเขียวเย็น ถั่วเหลืองถั่วลิสงร้อน (มีใครเคยได้ยินว่า รับประทานถั่วเขียวแล้วเป็นมะเร็งหรือไม่?)
  • ชาเขียวเย็น แต่ชาดำหรือชาหมักร้อน
  • ข้อสังเกตุ คนญี่ปุ่นดื่มชาเขียวเป็นมะเร็งน้อยกว่าคนจีนที่นิยมดื่มชาหมัก
  • ฯลฯ
  • (ให้ไปคิดทบทวน สังเกตุว่าเป็นเช่นที่หมอพูดหรือไม่?)
ที่กล่าวมาข้างต้นคือ กรอบแนวคิดของแพทย์ทางเลือกเกี่ยวกับสาเหตุให้เป็นโรคมะเร็ง
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนสามารถเป็นมะเร็งได้ทุกคน


หมอแผนไทยแบ่ง ธา่ตุของร่างกายคนเราออกเป็น 12 กลุ่ม (พิกัด)
พิกัดที่มีแนวโน้มหรือกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นมะเร็งได้สูง คือ "พิกัดกำเดา"

ตัวอย่าง
ผู้หญิงที่มีโอกาสเป็นมะเร็งในมดลูกสูง คือ คนที่อยู่ในพิกัดกำเดา
ส่วนพิกัดอื่นเป็นเพียง ซิส เนื้องอก ฯ
เป็นคำอธิบายว่า ทำไมไม่เป็นมะเร็งกันทุกคน หรือทำไมเป็นมะเร็งเพียงบางคน

สรุป
  • คนที่มีธาตุเจ้าเรือนอยู่ในพิกัดกำเดามีโอกาสหรือเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งสูง
  • กินหรือมีพฤติกรรมการดำเนินชีวิตอยู่กับสิ่งแวดล้อมสิ่งเร้าของธาตุร้อน

การดูแลร่างกายไม่ให้เป็นโรคมะเร็ง
  • หลีักเลี่ยงสิ่งเร้าของธาตุร้อน สำหรับผู้ที่มีธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตไฟ
  • ขับถ่ายของเสียอย่าให้กากอาหารเน่าหมักหมมตกค้างในร่างกาย เช่น อาการท้องผูกต้องดูแลให้ดีอย่าให้ท้องผูก
  • อย่ากินอาหารที่แสลงกับน้ำเหลือง เช่น หนอไม้ ของเน่า (ของค้างคืน เช่น หมัก ดอง ร้า ฯ)

สมุนไพรที่หมอแผนไทยใช้เพื่อบำบัดโรคมะเร็งคือ
  • สมุนไพรกลุ่มรสเมาเบื่อ
  • สมุนไพรกลุ่มบรรเทาน้ำเหลืองเสีย

มะเร็งสามารถบรรเทาได้ถ้าเป็น...
  • มะเร็งน้ำเหลือง กระดูก เต้านมด้านขวา (ห่างหัวใจ)
  • แต่มะเร็งที่ทำลายธาตุดินให้พิการยากที่จะบำบัด เช่น ตับ ปอด ฯ

หมอบวร




Goto topGo to top
8. ปวดข้อเพราะเป็นเก๊ามียาสมุนไพรรักษาหรือไม่ครับ?
  มีครับและได้ผลดีด้วย หนึ่งในตัวยาที่กำลังเป็นที่นิยมขณะนี้คือ มะรุม ครับ
คำว่ายาสมุนไพร ต้องมีองค์ประกอบดังนี้
  • ตัวยาหลัก
  • ตัวยาเสริมฤทธิ์
  • ตัวยาชูรสให้รับประทานง่าย
  • ตัวยาชูกลิ่นให้รับประทานง่าย
หมายความว่า ต้องมีตัวยามากกว่า 1 ตัวขึ้นไปถึงจะเรียกว่า "ยาสมุนไพร"
ถ้าเป็นตัวยาเดียว คือ มะรุมอย่างเดียวเป็นได้เพียงน้ำกระสายยาเพิ่มฤทธิ์เท่านั้นไม่เรียกว่าเป็นยา

แต่มีที่ง่ายกว่านี้ คือ ให้กินอาหารเป็นยา แทนการกินยา
คือเอามะละกอดิบมาต้ม ดื่มแต่น้ำต้มมะละกอดิบก็ลดอาการปวดเก๊าได้แต่ช้าหน่อย
  • ตำรับเดิมไม่ต้องปลอกเปลือกเพียงทำความสะอาด แต่ปัจจุบันเต็มไปด้วยยาฆ่าแมลง ฮอร์โมนจึงต้องปลอกเปลือก
  • เน้นว่าต้องปลอกเปลือกเท่่านั้นครับ
  • หันเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
  • ต้มน้ำให้น้ำท่วมมะละกอ ต้มให้น้ำงวด 3 ส่วนลดเหลือ 1 ส่วน
  • รินน้ำดื่ม
  • ให้ดิ่มต่างน้ำ คือ กินทั้งวันประมาณ 1 เดือนจะหายปวดเก๋า ถ้าเป็นน้อยประมาณ 1 สัปดาห์จะบรรเทา
กินยาสมุนไพรก็หายเร็วกว่า กินมะละกอดิบ แต่หายทั้งสองวิธีครับ

หมอบวร



Goto topGo to top
9.

เป็นโรคสุกใสหรืออีสุกอีใสมียาสมุนไพรรักษาหรือไม่ครับ? โทรศัพท์ทางไกลมาปรึกษา

 

มีครับ อยู่ในคัมภีร์เวชศาสตร์ชื่อ "ไข้ตักศิลา"
ใช้ยาห้ารากบวรเวชกระทุ้งพิษโลหิตจะหายครับ
หรือถ้าหายาห้ารากไม่ได้ ก็ให้กินยาเขียวใหญ่ยี่ห้ออะไรก็ได้ครับ

พิษโลหิตร้อนกระทำให้ผุดเป็นตุ่มคันใสทั่วร่าง (ในกรอบแนวคิดสมัยโบราณ ปัจจุบันรู้แล้วเพราะไวรัส)
คนไข้ถามต่อว่าจะเป็นแผลเป็หรือไม่

คำตอบคือ

  • อย่าไปเกาปล่อยให้แตกเอง
  • อย่ากินอาหารแสลงน้ำเหลืองให้แผลเปื่อยจะทำให้เป็นแผลเป็น
  • ถ้าแสบหรือคันให้เอาน้ำชงยาเขียวใหญ่แทรกพิมเสนพาดจะบรรเทาอาการคันหรือแสบ
  • ปล.พาดคือ เอาสำลีชุบน้ำชาเขียวที่แทรกพิมเสนแล้วปิดบริเวณที่คันเรียกว่าพาดเมื่อน้ำแห้งก็ไปชุบใหม่
  • 3 วันจะกระทุ้งพิษสุกใสออกมาทั่วร่าง
  • อีก 3 วันจะตกสะเก็ตแห้งครับ
  • เป็นโรคติดต่อ ฉะนั้นควรอยู่ที่บ้านอย่าไปโรงเรียนหรือที่ทำงานครับ
หมอบวร
Goto topGo to top
10. ขาลาย เป็นผดผื่นคัน เป็นตุ่ม แพ้ยุง เป็นแผลเป็น มีทางรักษาได้หรือไม่?
 

เพราะเลือดและน้ำเหลืองเสียครับ

เลือดถ้าเป็นสตรี ก็ให้กินยาประจุโลหิตขับเสียให้สิ้นพร้อมกับกินยารักษาน้ำเหลืองด้วย
ถ้าเป็นชายให้รักษาน้ำเหลืองอย่างเดียว

ในสมัยรัชกาลที่ 7 เวชภัณฑ์ขาดแคลนเพราะอยู่ในภาวะสงครามและเศรษฐกิจตกต่ำ
ประชาชนโดยเฉพาะเด็กๆ หัวเป็นชันตุหรือสังกะตัง กันมาก

รัฐบาลในสมัยนั้นได้นำ กำมะถันเหลืองสะตุ แล้วบรรจุแคปซูลให้กิน การรักษาได้ผลดี
ปัจจุบันไม่นิยมกินกำมะถันแล้วแต่นิยมอาบแทน (น้ำแร่จะมีกำมะถันเจือปนอยู่สูงรักษาโรคผิวหนังได้ผลดี)

หรือผสมในข้าวให้สุนัขที่เป็นโรคเรื้อนกิน หรือทั้งกินทั้งทา ได้ผลดีเช่นกัน

คือ จะบอกว่า น้ำเหลืองเสียปัจจุบันไม่มียารักษาโดยตรง แต่ยาแผนไทยมีครับ
ธาตุวัตถุเช่น กำมะถันเหลืองปัจจุบันไม่นิยมกิน แต่ให้กินสมุนไพรรักษาน้ำเหลืองแทน เช่น ต้นไม้ชื่อต้นเหงือกปลาหมอ ต้นทองพันชั่ง ต้นพลูคาว หรือตัวยาสมุนไพรหัวข้าวเย็นเหนือ หัวข้าวเย็นใต้ เป็นต้น

Goto topGo to top
11. เบาหวาน

  Answer
คำถามเกี่ยวกับการบำบัดด้วยการแพทย์แผนไทย

จากการไปออกบูธงานต่างๆ มักมีคำถามมากมายที่เป็นประโยชน์ผมจะขอนำมา เขียนไว้ในหน้าแรก
และจะพยายามเปลี่ยนทุก 3-7 วัน
โดยจะนำบทความที่เขียนแล้วไปเก็บไว้ในส่วนของ Q & A ครับ

ผมขอเริ่มจาก โรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นโรคธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคแต่อย่างไร เกิดจากความบกพร่องของร่างกายเราเอง

สาเหตุที่ทำให้ร่างกายบกพร่องจนเป็นเบาหวาน ได้แก่
  • อุปติกะโรค คือ หาต้นสายปลายเหตุไม่เจอ หรือเรียกว่า เกิดจากพันธุกรรม (พันธะ คือ  ต่อเนื่อง + กรรม คือ การกระทำ หมายความว่า สืบทอดต่อๆกันมา)
  • พฤติกรรมการดำเนินชีวิต  สำคัญที่สุดไม่ใช่ การชอบรับประทานอาหารรสหวาน แต่พฤติกรรมนอนดึก อดนอน ต่างหากที่จำให้ร่างกายพิการจนเป็นโรคเบาหวาน
แพทย์แผนปัจจุบันให้ความสนใจไปที่เรื่องของ ตับ่อ่อนพิการผลิตฮอร์โมนอินซูลินบกพร่อง จึงรักษาตรงนี้ด้วยการเพิ่มฮอร์โมนอินซูลิน

แพทย์แผนไทยให้ความสนใจไปที่ ภาวะของไตพิการ  
ไตในความหมายของแพทย์แผนตะวันออก เช่นจีน ฮินดู และไทย
คำว่าไตพิการ ไม่ได้หมายถึง เม็ดไต กรวยไต พิการ พูดเข้าใจง่ายคือ ไม่ใช่ไตที่เป็น Physical 
 
แต่หมายถึงพลังงานรอบไต จำนวนสามกองพิการ ส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติ 
ภาวะของไตนี้พิการ ก็จะทำให้นอนไม่หลับ  เมื่ออดนอนจึงทำให้เป็นโรคเบาหวาน

การรักษาเบาหวาน โดยการขับปัสสาวะช่วยลดน้ำตาลในเส้นเลือดได้แต่ลดปลอมๆ รักษาอย่างนี้อันตรายครับ 
ที่ถูกที่ควรต้องแก้ที่เลือดและแก้ที่การทำงานภาวะของไต

ทางการแพทย์แผนไทย เชื่อว่าสามารถรักษาโรคเบาหวานให้หายขาดได้ไม่ต้องกินยาตลอดชีวิต  ซึ่งขัดกับการแพทย์แผนปัจจุบันโดยสิ้นเชิง

ประเด็นนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอน แต่เป็นความเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น
โรคเบาหวานไม่มีเขียนไว้ในคัมภีร์แพทย์แผนไทยที่ชัดเจน
แต่มีกล่าวไว้ในคัมภีร์กษัย  อาการใกล้เคียงกับโรคกษัยน้ำ

ยาที่ครูหมอแผนไทยใช้สมุนไพรเพื่อรักษาโรคเบาหวาน 
เรียก สมุนไพรกลุ่มนี้รวมๆว่าสมุนไพร "ล้อมตับแล้วดับพิษ"  
เป็นยาขับลมเป็นหลัก เช่น กำแพงเจ็ดชั้น แส้ม้าทะลาย  ขิง
ยาขับปัสสาวะ เช่น หญ้าไมยราบ ขลู่ 
ยารสฝาด เช่น มะแว้งเครือ เพื่อลดความหวานในกระแสเลือด 
ใช้ยารสขมบำรุงดีและโลหิต เช่น บอระเพ็ด หรือ ฟ้าทะลายโจร

และยารักษาต้นเหตุบ่อเกิดโรคเบาหวาน คือ รักษาไตพิการได้แก่ รากต้นตาล งวงตาลตะโหนด และหัวข้าวเย็นเหนือ หัวข้าวเย็นใต้

โรงงานบวรเวชสมุนไพร ได้ผลิต ทั้งยาและเครื่องดื่มเพื่อบำบัดโรคเบาหวาน เป็นยาที่ใช้รักษาคุณแม่ของหมอบวรทุกวันนี้
(
ยารักษาภาวะไตของคุณแม่  อยู่ระหว่างทดสอบฤทธิ์ของยาว่าสามารถรักษาโรคเบาหวานของคุณแม่ให้หายขาดได้จริงหรือไม่? ตามความเชื่อของหมอแผนไทยว่าสามารถรักษาเบาหวานให้หายขาดได้
ครูหมอกำหนดเวลารักษา 3-6 เดือนจึงจะเห็นผล)
หมายเหตุ  ผลการรักษาเป็นอย่างไรจะนำมาแจ้งให้ทราบภายหน้าครับ

902 ชาสุขภาพบวรเวช สูตร 2 เป็นชาสมุนไพรเพื่อช่วยลดน้ำตาลในเลือดกรณีที่ เบาหวานไม่เกิน 150 
405 ยาบำบัดโรคเบาหวานที่ใช้ในสถานพยาบาลแพทย์แผนไทย อยุ่ระหว่างยื่นขอทะเบียนยา เหมาะสำหรับผู้ที่น้ำตาลสูง

หมอบวร
Goto topGo to top
12. ยาฟอกโลหิต
  Answer ยาฟอกโลหิต?

เป็นคำฟ้องเสียง "ฟอก"  
ฟอกโลหิต ทำให้มีความรู้สึกว่าเหมือนกับ "ฝงซักฟอก"

ฟอก คือ ทำให้สะอาดนั้นเอง

ครูหมอแผนไทยใช้ยาฟอกโลหิตเพื่อป้องกันไข้กลับมาเป็นซ้ำ
เช่น ไข้ตักศิลาหรือไข้เหนือ ไข้ป่า ปัจจุบันคือ มาเลเรีย ไข้เลือดออก แต่ในคัมภีร์ไข้ตักศิลา รวมถือ พวกไข้มีเม็ดผดผื่น เช่น อีดำ อีแดง เหือด หัด  สุกใส เริม งูสวัด หวัด มะเร็ง ฯลฯ

ใช้ยารักษาเพียงขนานเดียว คือ ยาห้าราก (หรือเรียกให้ไพเราะก็ยาเบญจโลกวิเชียร หรือ ยาแก้วห้าดวงก็เรียก)

ข้อสังเกตุ โรคกลุ่มไวรัสยาแผนไทยรักษาด้วยยาห้ารากและมักได้ผลดีด้วยครับ ส่วนยาแผนปัจจุบันไม่มียารักษาไวรัสมีแต่ยารักษาอาการที่เกิดจากไวรัส

เมื่ออาการไข้ทุเลา มักจะกลับมาเป็นซ้ำการรักษาจะไม่ค่อยได้ผล ครูหมอแผนไทยจึงนิยมให้ยา ครอบโรคหรือยาฟอกโลหิต ป้องกันไม่ให้ไข้กลับมาเป็นซ้ำ 

ผลข้างเคียง จากกินยาฟอกโลหิตคือ
  • เป็นยาระบาย
  • ผิวขาวขึ้น ลดฝ้าเลือด เพราะเลือดสะอาดผิวพรรณก็จะดูนวลขึ้นครับ
บวรเวชสมุนไพรผลิตยานี้เพื่อใช้ในสถานพยาบาลแพทย์แผนไทย แต่เนื่องจากเป็นพวกใบไม้จึงขอเป็นประเภทเสริมอาหาร 
อย.ไม่อนุญาตให้เป็นอาหารเสริม แต่ให้เป็นยาสมุนไพรแผนโบราณ

407 ยาแคปซูลฟอกโลหิตตราบวรเวชสมุนไพร 
เนื่องจากตั้งใจให้เป็นอาหารเสริมการกินยาต้องกินนาน ประมาณ 30 วันๆละ 3 มื้อๆละ 3 แคปซูล 
หมายเหตุ ถ้าธาตุเบาถ่ายท้องบ่อยให้ลดยาเหลือ มื้อละ 2 แคปซูล


หมอบวร
Goto topGo to top
13. ปัญหาเกิดจากโลหิตประเดือนของสตรี
  Answer

มีบันทึกไว้ในคัมภีร์มหาโชติรัตและปฐมจินดา

คัมภีร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ กล่าวถึงสถิติสาเหตุของความป่วยไข้ ดังนี้

·       ผู้หญิงส่วนใหญ่ป่วยไข้สาเหตุเพราะเลือดพิการ

·       ผู้ชายส่วนใหญ่ล้มป่วยสาเหตุเพราะลมกระทำ

 

ก่อนที่จะกล่าวถึงโลหิตระดู ต้องอธิบายศัพท์แสงเสียก่อนครับ

·       ปกติโทษกับทุจริตโทษ

·       โลหิตระดูขัดกับโลหิตระดูร้าง

·       ไข้ทับระดูกับระดูทับไข้

·       มารดาที่เป็นนางฟ้ากับยักษ์

 

ปกติโทษกับทุจริตโทษ

·       ปกติโทษ คือ ป่วยหรือมีอาการปวดโน้นนี่ก่อนประจำเดือนจะมา เมื่อประจำเดือนมาแล้วอาการเหล่านี้จะทุเลาหรือหายไป อย่างนี้เรียกว่า ร่างกายป่วยเป็นปกติเรียกว่า ปกติโทษ

·       ทุจริตโทษ คือ ก่อนประจำเดือนมาปกติดี แต่ระหว่างมีประจำเดือนให้ป่วยไข้ ปวดโน้นนี่ อย่างนี้ต้องกินยา อาการป่วยไข้จึงบรรเทา เรียกว่า ทุจริตโทษ ซึ่งสาเหตุของทุจริตโทษแบ่งออกได้ 2 กลุ่ม คือ

o      เป็นเพราะธาตุเจ้าเรือนพิการ

o      หรือเพราะสิ่งเร้าสิ่งแวดล้อมภายนอกกระทำ เช่น ติดเชื้อ มีอุบัติเหตุ ฯ

 

โลหิตระดูขัดกับโลหิตระดูร้าง

o      โลหิตระดูขัด คือ มีประจำเดือนแต่มาน้อย กระปิดกระปอย

o      โลหิตระดูร้าง คือ มาแล้วหายไปเว้นไปนานหลายเดือนหลายปีแล้วจึงมีมาใหม่

 

ไข้ทับระดูกับระดูทับไข้

·       ป่วยอย่างไหนก่อนให้รักษาอาการนั้นก่อน เป็นลำดับขั้นตอนการรักษา

o      ไข้ทับระดู คือ ระหว่างมีระดูแล้วเกิดเป็นไข้ ต้องรักษาระดูก่อนแล้วจึงรักษาไข้

o      ระดูทับไข้ คือ ป่วยเป็นไข้ก่อนต่อมามีประจำเดือน อย่างนี้ต้องรักษาไข้ก่อน

 

มารดาเป็นนางฟ้ากับมารดาเป็นยักษ์

o      เรื่องนี้จะเกี่ยวข้อง 2 กรณี คือ ภาวะมีบุตรยากกับ น้ำนมของมารดา

o      มารดาเป็นนางฟ้าจะมีบุตรง่าย (ตั้งครรภ์ง่าย) และน้ำนมดีเลี้ยงบุตรแล้วอ้วนท้วนสมบูรณ์

o      มารดาเป็นยักษ์ มีบุตรยากไม่เป็นหมันแต่ไม่ตั้งครรภ์ เมื่อมีบุตรน้ำนมก็เป็นพิษนำไปเลี้ยงบุตรทำให้บุตรไม่แข็งแรงป่วยไข้เรื้อรัง

 

ปกติโทษไม่ต้องรักษา หายเองไม่ต้องกินยาเพียงแต่ระวังช่วงมีโลหิตระดูให้เว้นว่าง น้ำเย็นของธาตุเย็น (ไว้อธิบายในครั้งต่อไปเพราะยาวมาก) ถ้าอยากจะกินยาก็ให้กินยาบำรุงไฟธาตุ

แนะนำยาแคปซูลบำรุงธาตุตราบวรเวชสมุนไพรเบอร์ 513 หรือยาธาตุที่วางจำหน่ายทั่วไปครับ

 

ทุจริตโทษ ปัจจุบันที่ทำให้กังวลส่วนใหญ่ 2 ประการคือ

·       ซิสหรือเนื้องอกหรือมะเร็งในมดลูก หมอแผนไทยเรียกรวมๆว่า ฝีกาฬเจ็ดจำพวก สาเหตุหลักคือ ประจำเดือนตกค้างภายใน เพราะ กินน้ำเย็นอาหารธาตุเย็น /หรือกินยาคุมกำเนิดหรือฉีดยาคุมกำเนิด  การรักษาต้องกินยาขับโลหิตระดู ยาสมุนไพรในท้องตลาดจะมีคำว่า “สตรีหรือหมายถึงผู้หญิง”แสดงว่าเป็นยาขับโลหิตระดู

·       แนะนำยา แคปซูลตราคุณแม่กัลยาร้านบวรเวชสมุนไพรเบอร์ 401 สามารถขับซิสให้หลุดออกมาหรือฝ่อแห้งไปไม่ต้องผ่าตัดครับเป็นยาที่ดีมากนิยมกันมากในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นตำรับเก่าของขุนโสภิต บรรณารักษ์

·       มีบุตรยากหรือผนังมดลูกหนา   หมอแผนปัจจุบันเรียกว่ามี พังผืดหรือผนังมดลูกหนาต้องขูดมดลูก  ส่วนใหญ่มักเกิดจากขนาด/ตำเหน่งมดลูกผิดปกติ เช่น มดลูกตะแคง มดลูกต่ำ มดลูกคว่ำ อาการที่แสดงออกชัดเจนคือ ตกขาว มีระดูขาว ตลอดเดือน ผิวหนัง ใบหน้าหมองคล้ำ กล้ามเนื้อหย่อนคล้อยทั่วร่าง มีกลิ่นสาป (สรุปว่า กลายเป็นยักษ์ เพื่อให้ง่ายต่อจินตนาการ ให้ใช้ภาพรูปปั้นนางยักษ์ในเรื่องพระอภัยมณีที่จังหวัดระยอง ประมาณนั้นหน้าอกหย่อน พุงกลม ฯ) 

·       แนะนำ ยาแคปซูลทองเนื้องามตราบวรเวชสมุนไพรเบอร์ 408 หรือยาว่านชักมดลูกทั่วไปครับ

 

 

ผมพยายามหลีกเลี่ยงอธิบายเชิงวิชาการ ไม่ให้มากเกินไปเพราะจะทำให้งงครับ ครั้งหน้าจะอธิบายกลไกการทำงานของมดลูก จะได้ดูแลร่างกายตนเองอย่างถูกวิธีไม่ต้องพึ่งพายามากเกินความจำเป็น

 

หมอบวร

Goto topGo to top
14. Question

ความรู้เกี่ยวกับโลหิตระดูในมุมมองหมอตะวันออก

  Answer

ความรู้เกี่ยวกับโลหิตระดูในมุมมองหมอตะวันออก

  • ทางไสยศาสตร์ เชื่อว่าโลหิตระดูเป็นของสกปรกจึงต้องห้ามสำหรับมนต์ดำ เวชมนต์ คาถา สถานที่ศักดิ์สิทธิ์
  • คำถามว่า ทำไมจึงคิดว่า สกปรก


  • ห้ามกินน้ำมะพร้าว ห้ามกินฟักแฟงแตงกวาระหว่างมีโลหิตระดูทำไม? 
  • ฯลฯ

 

ดวงจันทร์หมุนรอบโลกหนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 28 วันซึ่งตรงกับการมีรอบเดือนของสตรีพอดี จึงให้ดวงจันทร์เป็นผู้หญิง พระอาทิตย์ก็ต้องเป็นผู้ชาย
ปล เฉพาะประเด็นนี้คุยกันหลายหน้ากระดาษข้ามไปก่อนแล้วกันครับ

สรปุ ว่าดวงจันทร์เย็นพระอาทิตย์ร้อน ร้อนเย็นมีผลต่อร่างกายคนเกี่ยวกับความเจ็บป่วย

ใน 28 วัน ร่างกายของผู้หญิง

  • 14 วันจะเป็นผู้ชาย
  • 14 วันที่เหลือจะเป็นผู้หญิง
ปล.ต้องไปดูคลิปเกีี่ยวกับการเป็นเพศหญิง/ชาย ถ้าจะเป็นหญิงต่อมลูกหมากจะกลายเป็นรังไข่ อวัยวะเพศชายจะกลายเป็นตุ่มคริสตอริส ประมาณนี้ เป็นคำตอบว่า กระเทยจริงๆ คือ มีสองเพศแสดงว่าการแปลงสภาพไม่สมบูรณ์
ที่ยกประเด็นนี้ แยกออกมาอธิบายเพราะจะได้เข้าใจว่า ร่างกายสตรีหรือบุรุษมีความเป็นหญิง /ชาย สลับกันครับ

เอาช่วงมีประจำเดือนเป็นเกณฑ์
สมมุติว่ามา 3-5 วัน (สมมุติ 5วัน)
  • วันที่ประจำเดือนมาวันที่ 3 เป็นตรงกลางย้อนขึ้นไปเจ็ดวันร่วมถึงวันที่มีประจำเดือนด้วยสองวัน
  • นับจากวันที่สามต่อไปอีกหกวัน
  • 7+7 = 14 วันช่วงนี้ร่างกายผู้หญิงเป็นผู้ชาย คือ ร้อน (หยาง) จะขับโลหิตระดูเมื่อเป็นชายช่วงนี้จึงไม่่ตั้งครรภ์
  • ที่เหลืออีก 14 วันร่างกายเป็นผู้หญิงจึงตั้งครรภ์
ปล. เป็นความหลงผิดของแพทย์แผนปัจจุบันที่แนะนำให้คุมกำเนิดโดยนับวันหน้าเจ็ดหลังเจ็ด ท้องกันเยอะมากเพราะไม่ได้รวมวันมีรอบเดือนด้วยนั้นเอง

14 วันช่วงที่เป็นชายร่างกายจะขับประจำเดือนได้ต้องมีไฟหรือพลังงานความร้อนจึงสามารถขับเลือดประจำเดือนออกมาได้
  • ถ้ากินน้ำเย็น ไฟจะดับเลือดขับไม่ได้จะปวดท้องมาก
  • ถ้ากินอาหารธาตุเย็น เช่น น้ำมะพร้าว ฟัก แฟง แตงกวา ผักมีไส้ทั้งหลายไฟธาตุจะดับ ประจำเดือนจะหยุดจะปวดท้อง
  • กินยาคุมหรือฉีดยาคุมเป็นฮอร์โมนหญิงที่เย็น เลือดก็จะหยุดเหมือนกัน
  • ดังนั้นยาขับประจำเดือนไม่ว่า ยี่ห้อใด คือ ยารสร้อนทั้งสิ้นจึงสามารถขับประจำเดือนได้
  • ประจำเดือน /น้ำคาวปลาของหญิงหลังคลอดบุตร ถือเป็นเรื่องเดียวกัน เป็นของเสียต้องขับทิ้งจึงใช้ยากลุ่มเดียวกัน
เป็นคำตอบว่า ทำไมช่วงมีรอบเดือนจึงห้ามโน้นนี่่ ห้ามอะไรบ้างคงเข้าใจนะครับ

ย้อนไปคำถามแรก ประจำเดือนทำไมจึงกลายเป็นผู้ร้าย เพราะเป็นสาเหตุให้เกิดฝีกาฬเจ็ดจำพวก เช่น ซิส เนื้องอก มะเร็ง เป็นบ้าคลุ้มคลัง เป็นไข้จวนตาย ฯลฯ

สรุป 
เพราะทำให้ป่วยรุนแรงครับ
สิ่งที่มองไม่เห็น เรียกว่า ผี
คำว่า ผีในความหมายหมอแผนไทย หมายถึง ลม
เช่น ผักเสี้ยนผี เป็นผักขับลม /กระเช้าผีมด /เป็นยาขับลมให้ไปขับปัสสาวะอีกทอดหนึ่ง ฯลฯ

ป่วยเพราะรอบเดือน จึงเชื่อว่าผีหรือลมกระทำ สำหรับความคิดของหมอแผนไทย
ส่วนหมอผีหมอไสยเวช ไสยศาสตร์ ผีของเขาคือ สิ่งชั่วร้าย

ครับคง ให้ความรู้เกี่ยวกับโลหิตระดูบ้างไม่มากก็น้อย เมื่อเข้าใจไม่ใช่ท่องจำ ก็จะระวังรักษาตัวได้ถูกต้อง
ปัจจุบัน การฉีดยาคุม การกินยาคุม เพื่อรักษาอาการปวดท้องเมน เป็นการแก้ที่ผิดวิธี ต่อจากกินยาฉีดยาคุม คือ ป่วยด้วยฝีกาฬเจ็ดจำพวกเป็นกันมาก คือ ซิส
หมอปัจจุบันแก้ด้วยการ ผ่าตัด การเจาะ ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่และแย่สุดๆคือ ตัดมดลูกทิ้ง go so big เลยทีนี้ เวรกรรมมีจริงๆครับ

การแก้ไขเรื่อง ซิส คิอ กินยารสร้อนขับออกมาเท่านั้นเองง่ายๆ
401 ยาแคปซูลตราคุณแม่กัลยาร้านบวรเวชสมุนไพร เบอร์ 401 รักษาเรื่องประจำเดือนสตรีพิการได้ผลดีมากครับ ขอแนะนำ



หมอบวร
Goto topGo to top
15. Questionริดสีดวงทวาร
  Answerริดสีดวงทวารหนัก


ก่อนเปิดโรงงานผลิตยาแผนโบราณหรือเรียกอีกชื่อว่าโรงงานผลิตยาสมุนไพร ผมได้ทำการสำรวจตลาดก่อนครับ

  • ยาสมุนไพรในท้องตลาดที่ขายดีแบ่งออกได้ 3 อย่าง คือ
  1. เกี่ยวกับโลหิตระดู
  2. ยาหอม
  3. และยาริดสีดวงทวารหนัก (สำหรับตลาด mass)
  • ส่วนตลาด Direct sale เป็นกลุ่มยาบำรุงร่างกาย เช่นยาธาตุ ยานกเขา และสมุนไพรเดียวที่นำมาทำตลาด เช่น ลูกยอ ทับทิม ลูกสำโรง มะรุม ย่านาง ขมิ้นชัน และทยอยสรรหา เช่น รากสามสิบ อบเชย พลูคาว เห็ดสามอย่าง ฯลฯ
  • ตลาดในพัทลุงจากการสอบถามจากหมอแผนไทยในจังหวัดพัทลุง ยาที่ขายดีที่สุด คือ ยาริดสีดวงทวารหนัก
  • การนำเสนอที่ได้ผลทางการตลาดที่ได้ผลมากที่สุด คือ บวกไสยศาสตร์ คือ ยาต้องผ่านการปลุกเสกคาถา แล้วจึงสามารถเพิ่มฤทธิ์ยาได้ ไม่อันตรายจากตัวยาสมุนไพรแต่อันตรายจากการหลงเชื่อแล้วใช้ผิดๆ เช่น
    • เสกใบตำลึงรักษาทุกโรค ตั้งแต่มะเร็ง จนโรคปวดหัว
    • ปัจจุบันเสกพืชป่าชายเลน
    • สรุปว่า สาระคือ การปลุกเสกส่วนสิ่งที่นำเสนออะไรก็ได้ จะเป็นต้นอะไรก็ได้ แล้วแต่จะนำเสนออะไร
    • ไม่ต่างจากตลาด Direct sale เหมือนกันทุกประการ
    • หลายท่านสงสัยทำไม อย.ไม่ดำเนินคดี คือ จำหน่าย/จ่าย/แจก ถ้าเป็นสมุนไพรไม่ผิดกฏหมายครับ /แต่ห้ามโฆษณาชวยเชื่อ อวดอ้าง สรรพคุณเกินจริง (โม้) ไม่ได้
    • เจ้าสำนักทั้งหลายเขา เก่งกฏหมายครับ เขาใช้สมุนไพรไม่แปรรูป และไม่โฆษณา เป็นข่าวลือ ปากต่อปาก จ่ายยาโดยคนทรงเจ้าเข้าผี หรือ พระสงฆ์ ครับจึงไม่ผิดเกี่ยวกันการโฆษณาหรือโม้ เพราะไม่ได้พูดว่ารักษาอะไร ป่วยเป็นโรคอะไรก็ซื้อไปกินกันเองครับ
  • ก่อนจะเข้าเรื่องยาริดสีดวงทวารหนัก ผมขอให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรสักเล็กน้อยครับ
    • สมุนไพร คือ ต้นไม้ที่ยังไม่แปรรูป /คงสภาพเดิม สามารถจำหน่ายได้โดยไม่ต้องขอ ทะเบียนยาหรืออาหารจาก อย. เช่นไป เก็บลูกยอมาขาย อย่างนี้ไม่ต้องขอ อย.
    • สมุนไพรบรรจุแคปซูล อย่างนี้ต้องขอทะเบียนอาหารหรือยาจาก อย. เพราะแปรรูปจนจำเค้าโครงเดิมไม่ได้ เช่น สมุนไพรขมิ้นชันบรรจุแคปซูล สมุนไพรฟ้าทะลายโจรบรรจุแคปซูล สมุนไพรลุกยอบรรจุแคปซูล ฯ ยังไม่ถือเป็นยาเป็นเพียงสมุนไพรแปรรูปเท่านั้น เทียบเท่าอาหารเสริม หรือ จำพวกวิตามิน ไม่เรียกว่า "ยาสมุนไพร" เป็นเพียง "สมุนไพรแปรรูป"
    • ยาสมุนไพร ต้องมีตัวยาตัั้งแต่สองชนิดขึ้นไป เรียกว่า ตำรับยา หรือ ยาแผนโบราณ หรือ ยาสมุมนไพร ต้องยื่นขอทะเบียนยาจาก อย. เพราะ
      • เป็นสมุนไพรที่แปรรูปแล้ว
      • /มีตำรายาบันทึกไว้
      • /และเพื่อการรักษาโรค รักษาไข้
      • อย่างนี้ถือว่า เป็น "ยา" เช่น ยาแคปซูลผสมขมิ้นชัน ตราบวรเวชสมุนไพร เบอร์ 201 เป็นยาสมุนไพร ไม่ใช่ สมุนไพรขมิ้นชันบรรจุแคปซูล แตกต่างกัน วัตถุประสงค์การกินก็ต่างกัน
  • เข้าสู่เรื่องยาริดสีดวงทวารหนัก ที่ต้องเกรินนำยืดยาวเพราะ มีตำนานเรื่องความเชื่อด้วยครับ
  • เมื่อผลสำรวจบอกว่า ยาริดสีดวงทวารหนักขายดี ผมจึงปรุงยาริดสีดวง 2 ขนาน
    • ขนานหนึ่งเป็นตำรับยาของหมอพื้นบ้านจังหวัดพัทลุง
    • อีกตำรับเป็นยาในตำรายาหลวง "ยาริดสีดวงมหากาฬ" ยาตัวนี้มีงานวิจัยของ พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญรองรับ และใช้ในโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ ขณะนี้ อย.ได้ประกาศให้เป็นยาหลักของชาติเพิ่มอีกตำรับหนึ่งด้วย
    • ผมยื่นขอทะเบียนยาทั้ง 2 ขนาน
  • แต่จากการใช้ในคลินิคของผม ปรากฏว่า ยาริดสีดวงทวารตำรับหมอพื้นบ้านพัทลุง คือ ของคุณพ่อหมอสรรค์ (หมอสิบขำ) อัศโดดร ได้ผลดีกว่ายาริดสีดวงมหากาฬ
  • วันหนึ่งผมไปตัดผม ในร้านตัดผม มี ผอ.โรงเรียนหนึ่งท่านนำ หนังสือถ่ายเอกสารจำหนังสือโบราณ หรือที่เรียกว่า หนังสือบุด กล่าวถึง
    • การหาฤกษ์ โดยผูกเป็นห่วง
    • และมีตำรายาโบราณมากมาย
    • ที่น่าสนใจคือ ยาริดสีดวงทวาร  ในหนังสือไม่ได้บอกที่มาของตำร้บยา แต่ ผอ.ท่านอธิบายให้ฟังเพราะเป็นหนังสือในตระกูลท่าน 
    • เล่าว่า คนเลี้ยงวัวนำวัวไปกินหญ้า ระหว่างรอวัวกินหญ้าเจ้าของวัวนั่งทับต้นไม้ชนิดหนึ่งทุกวัน ปราฏกว่าริดสีดวงทวารที่เป็นค่อยๆ หดหายไปจึงนำต้นไม้นี้ไปต้มกินและบอกเล่า เพื่อนบ้านสามารถรักษาโรคริดสีดวงทวารได้ จึงบันทึกไว้ในหนังสือนี้
    • (ตรงนี้แหละครับที่ผมต้องเล่าเรื่องความเชื่อการปลุกเสกยา เพราะในหนังสือเขียนคาถาปลุกเสกยาไว้ด้วยครับ)
       
  • ผมใช้ยาริดสีดวงทวารหนักตราบวรเวชสมุนไพร เบอร์ 202 รักษาโรคริดสีดวงทวาร โดยที่ไม่เคยเห็นหรือตรวจผู้ป่วยสักราย รักษาโดยการซักถามและให้กินยา
    • ลูกสาวคนหนึ่งท้องผูกมาก ถ่ายเป็นเลือดและยืนแล้วเจ็บก้นให้กินยาริดสีดวงทวารพร้อมยาถ่าย 3 วันก็ปกติ
    • ผู้ป่วยผู้ชายชอบกินเหล้ามากท้องผูกและเป็นริดสีดวงทวารยืนแทบไม่ได้ ให้กินยาริดสีดวงทวาร + ยาถ่าย 10 วันนัดมาตรวจอาการ อาการเจ็บหายแล้ว แต่ก้อนเนื้อยังไม่แห้งแต่ไม่กินยาต่อ พึ่งพอใจเพียงอย่าให้เจ็บก้นเท่านั้น
    • พี่เขยแม่บ้านน้องสาว เป็นกำนันอยู่บุรีรัมย์ เป็นริดสีดวงอย่างรุนแรง กินยาได้ 3 ว้นไม่เจ็บก้น ผมให้กินยาต่อเนื่องเพื่อสังเกตุว่าก้อนเนื้อจะแห้งหรือไม่  ขณะนี้กินยาได้สามเดือนกว่าผู้ป่วยบอกว่าแห้งไปเยอะเกือบปกติแล้ว และโด่งดังมากในหมู่บ้านนั้นขายดีมาก
    • และก็ได้จ่ายยาให้ลูกค้าจำนวนมาก ผู้ป่วยที่รู้สึกว่าไม่ได้ผล คือ ไม่มีอาการเจ็บก้นแต่ต้องการให้ก้อนเนื้อแห้ง กินยาเดือนกว่าๆบอกว่า ก้อนเนื้อเหมือนเดิมไม่แห้งจึงหยุดกินยา
    • เมื่อสัปดาห์ก่อนคุณแม่ผมเอง ปวดริดสีดวงทวารมากท่านก็ไม่รู้ว่าปวดอะไร ผมตรวจดูจึงรู้ว่าท่านเป็นริดสีดวงทวารหนักอักเสบรุนแรงซึ่งเป็นผู้ป่วยรายแรกที่ผมเห็นก้อนเนื้อริดสีดวงทวาร
      • เป็นรอบรูทวารอักเสบบวมเหมือนริมฝีปากบน แม่ท้องผูกไม่ถ่ายหลายวันแล้ว
      • ผมนำแม่ส่ง รพ.หมอฉีดยาแก้อักเสบ /ผมให้กินยาริดสีดวงทวารบวรเวช 3 วัน
      • อาการอักเสบบวมหายไปเหลือแต่ก้อนเนื้อรอบปากทวารยื่นออกมา ประมาณ 1.5 เซนติเมตรแต่แม่ไม่เจ็บก้นแล้ว
      • กินยาผ่านมาประมาณ 7 วันเมื่อคืนตรวจดูปรากฏว่า ก้อนเนื้อแห้งหดเหลือประมาณ 0.5 เซนติเมตร
      • จากลักษณะเป็นแผ่นตรงๆยื่นรอบปากทวารหนัก เริ่มหดเปลี่ยนเป็นบานออกรอบปากทวารหนักแทน

  • สาเหตุหลักที่ทำให้เป็นริดสีดวงทวารมี 2 กรณีคือ
  1. ท้องผูกเรื้อรัง
  2. ตั้งครรภ์ (จำถูกกดทับให้ท้องผูก และ เวลาเบ่งคลอดลูกลำไส้ปริ้นออกมากลายเป็นริดสีดวง)
ร้านขายยาข้างบ้าน นำยาริดดวงทวารหน้กตราบวรเวชสมุนไพรเบอร์ 202 ไปจำหน่าย เภสัชกรเขาบอกว่า ยาแผนปัจจุบันแก้เจ็บก้นไม่มี มีแต่ยาแก้อักเสบ พี่เขาจึงจ่ายยาริดสีดวงบวรเวชฯ และเพิ่มยาป้ายของแผนปัจจุบัน + ด่างทับทิมไว้แช่ก้นให้เลือดหมุนเวียน ปรากฏว่าขายดีมากครับ


หมอบวร
Goto topGo to top
16. ปวดเมื่อย นิ้วล็อค ทำอย่างไร
 

ปวดเมื่อย
เยี่ยวยาได้ด้วยสมุนไพร

 

อาการ

·       ปวดเมื่อยร่างกาย ,นิ้วล็อกไกมือ

·       เหน็บชา ,อัมพฤกษ์ อัมพาต (พึ่งเป็นใหม่ๆ เอ็น กล้ามเนื้อยังไม่ลีบ)

·       ท้องผูกเรื้อรัง ฯลฯ

อ้างตาม...

·       คัมภีร์ กษัย (กษัย คือ โรคเรื้อรัง เป็นๆหายๆ) ,คัมภีร์ธาตุบรรจบ ,คัมภีร์ชวดาน

·       และเส้นประธานสิบคัมภีร์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม(วัดโพธิ์)

 

อาการดังกล่าวข้างต้น เป็นเพียงอาการของปัญหา ปัญหาแท้จริงเกิดจากเส้นบริเวณท้อง เส้นรอบสะดือทั้งสิบเส้นตึง  จึงให้มีอาการดังกล่าวข้างต้น

·       หน้าท้องแข็งตึง เป็นดาน (ดานคือ แผ่นแข็ง เช่น กระดานหิน) เป็นตัวแปรต้น

·       ทำให้เส้นเอ็นทั่วร่าง เรียกว่า เถาพิการ (เถาคือ เส้นยาวๆในที่นี้หมายถึงเส้นเอ็น) เป็นตัวแปรตาม

·       ส่วนก้อนลมในลำไส้ก็ดี อาหารเก่า (กรีสังหรืออุจจาระ)ในลำไส้ก็ดี เรียกว่า พรรดึก (พรรดึก คือ ก้อนแข็ง) ขัดขวางการเคลื่อนลมสู่คูถทวารทำให้ลมตีขึ้น เสียดแทงหัวใจ

สาเหตุ ท้องแข็งตึงทำให้เส้นเอ็นตึงทั่วร่าง ก้อนพรรดึกกีดขวางทางลม จึงปวดเมื่อย นิ้วล็อกไกปืน เอ็นขาดจึงเกิดลมอัมพฤกษ์ อัมพาต  ลมมีพิษหกจำพวก ลมมีพิษมากอีกหกจำพวกฯ

 

การรักษา 
ยาธรณีสันฑฆาต ตราบวรเวชสมุนไพร เบอร์ 204 ทะเบียนยา G 1/55 (พท) เป็นยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ต่อเนื่องเพียง 3 วันๆละ 1 มื้อๆละ 2-5 แคปซูล (ตามธาตุหนักเบา) ก่อนนอนหรือหลังตื่นนอนก่อนอาหารเช้า (กินช่วงท้องว่าง) ต่อไปสัปดาห์ละครั้งเพื่อล้างสารพิษในตับ ลำไส้ ล้างเมือกมัน ลมในท้องจะลดลง

·      

ธาตุปกติ 3 แคปซูล จะถ่าย เหลวและถ่ายเพียง 1-2 ครั้ง

 

·       ธาตุเบาลดเหลือ 2 แคปซูล กิน 3 แคปซูลจะถ่ายมากกว่า 3 ครั้ง เรียกว่าธาตุเบา ให้กินน้ำเย็นจะหยุดถ่ายทันที ไม่ต้องกินยาสารเคมีเพื่อหยุดถ่าย เพียงน้ำเย็นจัดๆก็หยุดถ่าย

·       ธาตุหนักต้องเพิ่มเป็น 5 แคปซูล คือ กิน 3 แคปซูลอุจจาระเป็นก้อนหรือไม่ถ่าย ให้กินน้ำร้อนหลังตื่นนอนมากๆจะช่วยให้ถ่ายเร็ว และง่ายขึ้น

Goto topGo to top
17. ปวดหัวเข่า เยี่ยวยาได้ด้วยสมุนไพรไม่ต้องผ่าตัด
  ปวดหัวเข่า เยี่ยวยาได้ด้วยสมุนไพร 402

 

·      ปวดหัวเข่าเพราะน้ำไขข้อมาก มีอาการปวดบวม ต้องดูดน้ำไขข้อออก

·      ปวดหัวเข่าเพราะน้ำไขข้อแห้ง  มีอาการอักเสบร้อน ต้องฉีดน้ำมันไขข้อเพิ่ม

·      ปวดหัวเข่าเพราะขาโก่ง พบบ่อยในผู้สูงวัย มีอาการปวดมากเวลาเดิน

·      ปวดหัวเข่าเสียวแป๊บๆ มักเกิดกับนักกีฬา หรือเวลาขึ้นลงบันไดฯ

 

อ้างตามคัมภีร์แพทย์แผนไทย...

·      นวดวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

·      คัมภีร์ชวดาร และหนังสือบุดของหมอพื้นบ้านจังหวัดพัทลุง

 

อาการปวดหัวเข่า หมอแผนไทยเรียกว่า โรคลมจับโปงเข่า ถ้าปวดบวมเรียกว่า จับโปงน้ำ ถ้าร้อนนอักเสบแดงเรียกว่า จับโปงแห้ง ขาโก่งเรียกว่า สะบ้าเบี่ยง ปวดเสียวแป๊บเรียกว่า ปวดลมลำบอง

·      สาเหตุ เพราะลมในเส้นเอ็นเดินไม่ตลอด ส่วนใหญ่ที่พบเพราะนั่งพับงอเข่าเป็นเวลานานๆ จึงมักเกิดกับผู้นั่งวิปัสสนากรรมฐาน  หรือนั่งพับเพียบเล่นดนตรีไทย ทำงาน ฯ

·      อีกสาเหตุเพราะมีเสมหะ หรือ ไขมัน เกาะในเส้นเอ็น

 

การรักษา ให้ยาล้างเมือกมัน เสมหะในเส้นเอ็น และเพิ่มยาขับลมในเส้นให้ลมเดินตลอด อาการปวดหัวเข่าจึงบรรเทา ระยะเวลารักษาแล้วแต่อาการหนักเบา ตั้งแต่ 10 วัน จนถึง 2 เดือน

การใช้ยารักษา  เป็นยากลุ่มล้างเมือกมัน และขับลมเป็นหลัก อย.จึงให้เคลมสรรพคุณ ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เพราะเป็นยากลุ่มเดียวกันแต่นำไปรักษา ท้องอืด ท้องเฟ้อไม่ได้ผล

ยาแคปซูลตราบวรเวชสมุนไพร เบอร์ 402
และชาขิงข้าวสังข์หยดบวรเวช สูตร 7 (907)

กินยา 10 วัน – 2 เดือน กินวันละ 3 มื้อๆละ 3 แคปซูลหลังอาหารต่อเนื่องกันจนหมดยา

ดื่มน้ำขิงเพื่อเสริมฤทธิ์ยาเบอร์ 402 (ยาขับลมในเส้นเอ็นบริเวณหัวเข่า) ให้ดื่มน้ำขิงต่างน้ำทั้งวัน

หมายเหตุ 

  • ถ้าไม่ดื่มน้ำขิงผลการรักษาไม่ดี
  • ดื่มน้ำขิงควบคู่กับการกินยา 402 ควบคู่กันได้ผลที่น่าพึ่งพอใจ
  • ถ้าปวดหัวเข่ามานานเรื้อรัง บางท่านหลังกินยา 3 วันอาจมีไข้หรือปวดหัวเข่ามากยิ่งขึ้น
  • ให้อดทนกินยาต่อเนื่องอย่าหยุด สาเหตุที่ปวดเพราะขับลมยังไม่ผ่านจึงให้ปวดอักเสบ
  • แต่ผ่านไปวันที่ 4 ขึ้นไปอาการปวดดังกล่าวจะหายไป และค่อยๆดีขึ้น
  • ยาไทยให้ผลช้าแต่ปลอดภัยและรักษาที่ต้นเหตุจึงหายนานไม่ต้องกินยาตลอดชีวิตครับ

ข้อสังเกต หมอแผนไทยไม่ได้รักษาที่น้ำไขข้อเหมือนการแพทย์แผนตะวันตก หมอไทยให้น้ำหนักที่เส้นเอ็นบริเวณหัวเข่า จึงรักษาอาการปวดหัวเข่าได้ผลเป็นที่น่าพึ่งพอใจ ไม่ต้องผ่าตัด อาการปวดเสียวแป๊บๆหาย แต่อาการสะบ้าเข่าหลวมเดินดังก๊อกๆไม่หายแต่ไม่เจ็บ

Goto topGo to top

www.boworn-herb.com


HOME


สินค้าสุขภาพบวรเวช


สั่งซื้อสินค้าบวรเวช


FQA (ถามหมอบวร)


ตัวตนบวรเวช

 
 
Web hosting | website builder |เว็บไซต์สำเร็จรูป by ninenic ©Copyright 2002-2020 All rights reserved.
บริษัท บวรเวชสมุนไพรไทย จำกัด
77 หมู่ที่ 11 ถนนพัทลุง-ควนขนุน
ตำบลเขาเจียก อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง 93000
Tel : 074-615191 Fax: 074-615191
Email : manager@boworn-herb.com